ทำไม ‘ไวรัสตับอักเสบบี’ ถึงเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับ
ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) คือเพชฌฆาตเงียบที่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของมะเร็งตับในประเทศไทยและทั่วโลก (คิดเป็นสาเหตุมากกว่า 50-60% ของผู้ป่วยมะเร็งตับทั้งหมด) ความน่ากลัวของไวรัสชนิดนี้คือ มันสามารถเปลี่ยนตับที่แข็งแรงให้กลายเป็นมะเร็งได้อย่างแนบเนียน และมักจะแสดงอาการในวันที่สายเกินแก้ด้วยกลไกทางการแพทย์ ทำไม ‘ไวรัสตับอักเสบบี’ ถึงเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและกลายเป็น “ตับอักเสบเรื้อรัง” (Chronic Infection) ไรวสจะเข้าทำลายตับผ่าน 3 กลไกหลักที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสิบๆปีครับ การอักเสบและการซ่อมแซมที่ไม่สิ้นสุด: ไวรัสจะเข้าไปฝังตัวในเซลล์ตับ ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายพยายามเข้ามาทำลายเซลล์ตับที่มีเชื้อ ส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบเรื้อรัง เมื่อตับอักเสบ ก็จะเกิดแผลเป็นเรื้อรังที่เรียกว่า “พังผืด” (Fibrosis) นานวันเข้าพังผืดจะยึดเกาะจนตับแข็งตัวกลายเป็น “ตับแข็ง” (Cirrhosis) ซึ่งเซลล์ตับที่พยายามแบ่งตัวซ่อมแซมตัวเองท่ามกลางการอักเสบนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดการผ่าเหล่า (Mutation) จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ไวรัสเข้าไปแก้ไข DNA ของเซลล์ตับโดยตรง: ความน่ากลัวเฉพาะตัวของไวรัสตับอักเสบบีคือ DNA ของไวรัสสามารถเข้าไปแทรกแซงและรวมเข้ากับ DNA ของเซลล์ตับมนุษย์ได้โดยตรง (HBV DNA Integration) มันจึงสามารถกระตุ้นให้เกิดมะเร็งตับได้ทันที แม้ว่าผู้ป่วยรายนั้นจะยังไม่มีอาการตับแข็งเลยก็ตาม ซึ่งต่างจากไวรัสตับอักเสบซีหรือแอลกอฮอล์ที่มักต้องผ่านการเป็นตับแข็งก่อน ทำไมตรวจเจอช้า… และ “มักสายเกินแก้”? เหตุผลที่มะเร็งตับจากไวรัสตับอักเสบบีขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมะเร็งที่ตรวจพบในระยะท้ายๆ มากที่สุด เกิดจากปัจจัยเหล่านี้ครับ: …
Read more “ทำไม ‘ไวรัสตับอักเสบบี’ ถึงเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับ”